บทที่ 5 วิวาห์ฉุกเฉิน ทวงคืนหัวใจ EP5
คำทักทายที่แฝงไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามชาติตระกูลทำเอาแก้วกรุณาหน้าชา ทว่าหญิงสาวเลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก ยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่าอย่างนอบน้อมเพื่อไม่ให้เสียกิริยา แม้จะรู้ดีว่ากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจของสามีก็ตาม
“สวัสดีค่ะคุณหญิง ขอโทษที่เสียมารยาท ดิฉันไม่ทราบว่าจะมีแขกมาเยือนแต่เช้าตรู่” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามคุมสติไม่ให้หลงกลเกมยั่วโมโหของอีกฝ่าย
ดาริกาแค่นหัวเราะในลำคอราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขัน สตรีวัยกลางคนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินนวดนาดเข้ามาใกล้หญิงสาว กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกจากแบรนด์ชั้นนำลอยมากระทบจมูกจนแก้วกรุณาต้องลอบกลั้นหายใจ
“แขกอย่างนั้นหรือ ช่างกล้าพูดนะ” ดาริกาเหยียดยิ้มร้ายกาจ “ฉันเป็นแม่ของอาทิตย์ตะวัน เป็นเจ้าของร่วมในตึกนี้ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท เธอมันก็แค่หนูตกถังข้าวสารที่ลูกเลี้ยงของฉันคว้ามาเป็นเครื่องมือบังหน้าเพื่อตบตาบอร์ดบริหาร อย่าทะเยอทะยานยกตัวเองขึ้นมาตีเสมอฉัน”
“ดิฉันไม่เคยคิดตีเสมอใครค่ะ” แก้วกรุณาตอบกลับอย่างใจเย็น แม้ฝ่ามือทั้งสองข้างจะกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ “ดิฉันมาอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณอาทิตย์ตะวัน”
“ภรรยาอย่างนั้นหรือ” ดาริกาชี้นิ้วที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตมาที่หน้าของเธอ “อย่าคิดนะว่าทะเบียนสมรสกระดาษแผ่นเดียวจะชุบตัวคนชั้นต่ำอย่างเธอให้กลายเป็นหงส์ได้ ผู้หญิงหิวเงินอย่างเธอ ฉันเห็นมานักต่อนักแล้ว พอสูบเลือดสูบเนื้อจนพอใจก็คงหาเรื่องฟ้องหย่าเพื่อแบ่งสมบัติ ฉันจะบอกอะไรให้นะแก้วกรุณา คนอย่างเธอไม่มีวันได้เสวยสุขบนกองเงินกองทองของตระกูลฉันหรอก ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยเธอออกไปให้พ้นทาง”
คำขู่ที่สาดซัดเข้ามาทำเอาทิฐิในใจของแก้วกรุณาที่ถูกกดทับไว้เริ่มปะทุขึ้นมา ความอดทนอดกลั้นของเธอกำลังจะถึงขีดจำกัด หญิงสาวยืดหลังตรง เชิดหน้าขึ้นสบตากับมารดาเลี้ยงของสามีอย่างไม่ลดละ เธออาจจะยากจน เธออาจจะขายอิสรภาพเพื่อแลกกับเงิน แต่เธอจะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและตราหน้าเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายโดยที่เธอไม่โต้ตอบ
“ดิฉันจะแต่งงานด้วยเหตุผลอะไรก็เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างดิฉันกับคุณอาทิตย์ตะวันค่ะ” แก้วกรุณาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังและหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม “และในเมื่อคุณอาทิตย์ตะวันเป็นคนเลือกดิฉันด้วยตัวเอง ดิฉันก็ถือว่าตัวเองมีสิทธิ์ชอบธรรมทุกประการ หากคุณหญิงมีข้อข้องใจหรือรับไม่ได้กับสถานะของดิฉัน ดิฉันแนะนำให้คุณหญิงไปต่อว่าลูกเลี้ยงของคุณหญิงเอาเองจะดีกว่านะคะ เพราะดิฉันคงให้คำตอบอะไรคุณหญิงไม่ได้มากกว่านี้”
ดาริกาเบิกตากว้างด้วยความโกรธจัด ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำและท้าทายอำนาจของนางด้วยท่าทีอวดดีเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาเหยียบในอาณาเขตของนาง เลือดในกายของสตรีวัยกลางคนเดือดพล่าน ฝ่ามือที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตง้างขึ้นสูงปรี๊ด หมายจะฟาดลงบนใบหน้าเนียนของคนอวดดีให้หลาบจำ
“หยุดเดี๋ยวนี้”
เสียงตวาดกร้าวและทรงอำนาจดังสนั่นมาจากโถงทางเดินปีกซ้าย แก้วกรุณาและดาริกาหันขวับไปมองตามทิศทางของเสียงพร้อมกัน ร่างสูงตระหง่านของอาทิตย์ตะวันกำลังก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหาพวกเธอด้วยความรวดเร็ว นัยน์ตาสีเข้มจัดของเขาดุดันวาวโรจน์ราวกับพายุทอร์นาโดที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมารอบตัวจนบรรยากาศภายในห้องรับแขกเย็นเยียบลงถนัดตา
ชายหนุ่มแทรกตัวเข้ามาขวางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคน แผ่นหลังกว้างของเขาบดบังร่างเพรียวบางของแก้วกรุณาเอาไว้อย่างมิดชิดราวกับเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด
“แก้วกรุณาเป็นคนของผม” อาทิตย์ตะวันจ้องหน้ามารดาเลี้ยงด้วยสายตาเอาเรื่อง น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและบาดลึกถึงกระดูก “และในบ้านของผม ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์มาแตะต้องภรรยาของผมแม้แต่ปลายเล็บ”
.............
ตอนที่ 3 งานเลี้ยงเปิดตัว
บรรยากาศภายในห้องรับแขกกว้างขวางเย็นเยียบลงจนแทบจับขั้วหัวใจเมื่อสิ้นคำประกาศกร้าวของประธานหนุ่ม คุณหญิงดาริกาชะงักมือที่ง้างค้างไว้กลางอากาศ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและเสียหน้า นัยน์ตาเฉี่ยวตวัดมองลูกเลี้ยงสลับกับหญิงสาวที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยความเกลียดชังที่สุมแน่นอยู่ในอก ทว่าเมื่อปะทะเข้ากับแววตาดุดันไร้ความปรานีของอาทิตย์ตะวัน สตรีผู้กว้างขวางในสังคมไฮโซก็จำต้องลดมือลงอย่างเสียไม่ได้ มือที่เต็มไปด้วยแหวนเพชรเม็ดงามกำเข้าหากันแน่นจนสั่นสะท้าน
“แกกล้าขึ้นเสียงกับฉันเพื่อปกป้องผู้หญิงหิวเงินคนนี้อย่างนั้นเหรอตะวัน” ดาริกาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษามาดนางพญาของตนเอาไว้แม้จะรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่
“ผมแค่รักษาสิทธิ์ในพื้นที่ส่วนตัวและปกป้องภรรยาของผม” อาทิตย์ตะวันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ทุกถ้อยคำชัดเจนและบาดลึก “ผมหวังว่าคุณหญิงจะจำกฎข้อนี้ได้ดี การกระทำเมื่อครู่ถือเป็นการล้ำเส้นอย่างร้ายแรง และผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองในบ้านของผม”
“ภรรยาอย่างนั้นเหรอ” ดาริกาแค่นหัวเราะเย้ยหยัน สายตาเหยียดหยามกวาดมองแก้วกรุณาอีกครั้ง “แกคิดว่าทะเบียนสมรสกระดาษแผ่นเดียวจะตบตาบอร์ดบริหารหรือตบตาฉันได้งั้นสิ แกก็รู้ดีว่าตำแหน่งประธานบริษัทมันต้องอาศัยภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้มีแต่จะดึงให้แกตกต่ำลง ฉันจะคอยดูว่าละครปาหี่ของแกจะไปได้สักกี่น้ำ โดยเฉพาะงานกาล่าคืนนี้ ฉันจะรอดูความพินาศของพวกแก”
ดาริกาสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากเพนต์เฮาส์ด้วยความโกรธแค้น ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับความเงียบงันที่โรยตัวลงมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง
